Technical info
งานติดตั้งพื้นไม้มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นทักษะประสบการณ์ของผู้ติดตั้งหรือการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุในการยึด การทำโครงสร้าง การเคลือบสี การดูแลรักษาและการตรวจสอบคุณภาพงาน

การออกแบบ
1. การออกแบบ สิ่งที่สำคัญในการออกแบบไม้พื้น คือ โครงสร้าง ที่มารองรับ จะต้องสามารถรับน้ำหนักที่ต้องการได้ เช่น 100-150 kgf/m2
2. เลือกขนาดไม้คาน ตงไม้ ไม้พื้น โดยอาจใช้ตารางด้านล่างประกอบ
** ไม่แนะนำให้เลือกตงไม้เป็นวัสดุเหล็กเนื่องจากการยึดระหว่างสกูรกับตงเหล็ก สามารถหลุดจากกันได้เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง
3. เลือกอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดยึด เช่น ใช้สกูร โบลต์ ตะปู สิ่งที่สำคัญคือ ขนาด ความยาว และชนิดวัสดุ จะต้องเหมาะสมกับขนาดแผ่นไม้ที่จะยึดและต้องสามารถป้องกันสนิมได้
4. เลือกชนิดของสีทาไม้ที่ใช้งานภายนอกได้
5. การออกแบบ จะต้องคำนึงถึง
-ความสามารถในการระบายน้ำ เช่น การลาดเอียงของพื้นซีเมนต์ ช่องระบายน้ำ ช่องเซอร์วิส (ช่องเปิดสำหรับทำความสะอาดรูระบายน้ำ)
-ระยะความสูงด้านล่างของไม้พื้น ควรมีระยะสูงมากพอ ประมาณ 10-15 เซนติเมตร สำหรับให้สามารถระบายอากาศ
-การวางไม้ตง หรือโครง จะต้องไม่ขวางทางระบายน้ำ และไม่ควรถูกออกแบบให้วางแช่น้ำ
ผู้ติดตั้งไม้พื้น
สิ่งที่ผู้ติดตั้งควรทราบในการติดตั้งไม้พื้น ได้แก่
1. การระบายน้ำใต้พื้นไม้จะต้องไหลสะดวก
2. ไม้ตงไม่ควรวางขวางทางน้ำไหลและไม่ควรให้แช่น้ำ
3. อุปกรณ์ติดยึดระหว่างไม้โครงกับปูนซีเมนต์ หรือ กับไม้คาน ควรเลือกใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้งานภายนอกป้องกันสนิม
4. ไม้คาน ไม้ตง ควรทาสีย้อมไม้ก่อนติดตั้งอย่างน้อย 2-3 รอบ ทุกด้าน
5. ไม้คาน ไม้ตง ควรวางให้ถูกต้องตามระยะที่กำหนด
** กรณีพบว่าในแบบระบุเป็นตงเหล็ก ควรปรึกษากับทางสถาปนิก ให้เปลี่ยนเป็นตงไม้ เพื่อการติดยึดของสกูรหรือตะปูจะดีกว่า
** กรณีที่ตงเหล็กถูกติดตั้งไว้แล้ว ไม่ควรจะติดตั้งไม้พื้นกับตงเหล็กโดยตรง ควรใช้ตงไม้ที่ทาสีทุกด้านแล้วไปวางทาบกับตงเหล็กแล้วยึดด้วยโบล์ทกันสนิททุกๆ 60-80 เซนติเมตร จากนั้นจึงวางไม้พื้นและยึดตะปูหรือสกูรกันสนิม กับตงไม้แทน
6. ไม้พื้นก่อนติดตั้งควรทำสีอย่างน้อย 2 รอบ ทุกด้านเมื่อมีการตัดไม้หรือเจาะไม้ ปลายไม้ที่ตัดควรทาสีหรือ end sealer ปิดปลายไม้ทุกครั้ง
**การทาปิดปลายไม้หรือรูเจาะเมื่อมีการเจาะหรือตัดไม้ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทาปิดหัวไม้ Enseal
7. อุปกรณ์ที่ใช้ยึดควรใช้วัสดุกันสนิม โดยเลือกขนาดให้ถูกต้องตามมาตรฐานไม่ควรเลือกวัสดุอลูมิเนียม
8. ระยะห่างระหว่างแผ่นไม้พื้นควรวางห่างกันไม่น้อยกว่า 6 มิลลิเมตรรอยต่อระหว่างแผ่นควรห่างอย่างน้อย 1-2 มิลลิเมตร
9. ระยะตงไม้ 40 cm เมื่อเลือกใช้ไม้พื้นขนาด 90x22 mm
ระยะตงไม้ 50 cm เมื่อเลือกใช้ไม้พื้นขนาด 90x32 mm
ระยะตงไม้ 50 cm เมื่อเลือกใช้ไม้พื้นขนาด 145x28 mm

การทาน้ำยารักษาเนื้อไม้หรือสีย้อมไม้
การเคลือบสีไม้เพื่อป้องกันไม้จากความชื้นจากฝนและแสง UV จาก แสงแดด ป้องกันการเปลี่ยนสีของไม้โดยทั่วไปหากไม้ไม่ได้รับการ ทาสีเคลือบเมื่อไม้ถูกแสงแดดและฝน ไปสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม้จะค่อยๆเปลี่ยนสี โดยสีสุดท้ายของไม้จะเป็นสีเทาเงิน การเปลี่ยน สีของไม้จะขึ้นกับสภาพแวดล้อมที่ไม้ถูกติดตั้ง เช่น หากติดตั้งไม้ใน บริเวณลานกว้างที่ไม่มีร่มเงาเลย ไม้จะถูกแสงแดดมากขึ้น ทำให้ไม้ เปลี่ยนสีไว เมื่อเทียบกับพื้นที่ๆอาจมีร่มเงาบ้าง การเคลือบสีเป็นการช่วยป้องกันผิวไม้จากแสง UV และป้องกัน น้ำซึมเข้าไปในเนื้อไม้และยังช่วยเรื่องการแตกของไม้เนื่องจากการ ขยายและหดตัวของไม้เพื่อให้การเคลือบสีได้ประสิทธิภาพและยึด อายุของสี ควรปฎิบัติดังขั้นตอนต่อไปนี้หรือทำตามข้อแนะนำของ บริษัทสี น้ำยารักษาเนื้อไม้หรือสีย้อมไม้ เป็นสิ่งที่ใช้ในการบำรุงรัก ษาไม้ให้สวยงามเหมือนตอนติดตั้งเสร็จ หรือมีสีตรงกับที่ออกแบบ ไว้ ในทางตรงกันข้ามหากเราเลือกสีหรือน้ำยารักษาเนื้อไม้ผิดประ เภทมาใช้ อาจทำให้ความ สวยงามลดลงเร็ว
ตารางด้านล่างเป็นตารางเปรียบเทียบการเลือกใช้สีย้อมพื้นไม้และน้ำยารักษาเนื้อไม้
น้ำยารักษาเนื้อไม้ (Protection Oil)
น้ำยารักษาเนื้อไม้ ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์สูตรน้ำมัน โปร่งแสง
สามารถซึมเข้าเนื้อไม้ได้ลึก ช่วยถนอมรักษาเนื้อไม้จากด้านนอก
ไปสู่ด้านใน ป้องกันน้ำซึมเข้าได้ระดับหนึ่ง และยอมให้น้ำระบาย
ออกจากผิวไม้ได้ดี ลดการยึดหด การแตกของไม้ได้ แต่น้ำยารัก
ษาเนื้อไม้ประเภทนี้ จำเป็นต้องบำรุงรักษาบ่อยครั้งประมาณทุกๆ
3-5 เดือน ขึ้นกับพื้นที่ๆติดตั้งไม้พื้น สีไม้สามารถเปลี่ยนเป็นสี
เทาเงินได้เนื่องจาก ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นแบบไม่มีสี การเลือก
ใช้อาจต้องเลือกน้ำมันหลักที่มีคุณภาพ เพราะจะทำให้ยึดอายุการ
ใช้งานและมีสารป้องกันเชื้อรา เพราะอาจสามารถ
สีย้อมไม้พื้น (Deck stain)
สีย้อมไม้พื้นมี 2 ประเภท คือ สีสูตรน้ำมันและสีสูตรน้ำ สีย้อมพื้น
ไม้สูตรน้ำมัน เป็นสีย้อมไม้ที่มีมานานแล้ว มีส่วนประกอบหลัก
คือ น้ำมันหลัก+กาว+เม็ดสี+สารเติมแต่ง จะเป็นลักษณะการสร้าง
ฟิลม์เคลือบที่ผิวไม้ เนื้อไม้ภายในจะได้รับการปกป้องจากความชื้น
แสงแดด ตราบเท่าที่ฟิลม์สียังมีคุณภาพดีอยู่ ส่วนสีย้อมไม้สูตรน้ำ
เป็นสีสูตรใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจากสีสูตรน้ำมัน โดยใช้เทคนาโนเทค
โนโลยี ฟิลม์สีจะมีความยืดหยุ่นได้ดี ทนกว่า 2-3 เท่า ไม่มีกลิ่นฉุน
แห้งเร็วกว่า การเลือกสีย้อมพื้นไม้ควรศึกษาข้อมูลจากผู้ผลิตสีและ
การเคลือบสี ควรทำการเคลือบทุกด้านของแผ่นไม้ เพื่อให้อายุสี
ยาวนานขึ้น

การบำรุงรักษาพื้นไม้
เช่นเดียวกับวัสดุชนิดอื่นๆ ไม้พื้นที่ใช้งานอาจพบเห็น ไม้
ขยายตัว หดตัว รอยแตกที่ผิวไม้หรือสีไม้เปลี่ยนซึ่งสีสุดท้ายหากไม่
ได้ทาสีเคลือบจะเป็นสีเทาเงิน (silver gray) ดังนั้นไม้พื้นก็ต้องการ
การบำรุงรักษาที่ถูกต้องเมื่อใช้งานไปได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งช่วง
เวลาในการบำรุงรักษานอกจากขึ้นอยู่กับคุณภาพของงานติดตั้งและ
ยังมีปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ สภาพแวดล้อม พื้นที่ที่ติดตั้งและการใช้งาน
ดังนั้นการบำรุงรักษา พื้นไม้ที่ถูกต้อง ควรปฎิบัติดังต่อไปนี้
-หมั่นทำความสะอาด โดยใช้ม็อบผ้าเช็คถูด้วยน้ำเปล่า หรือผสมกับ
น้ำยาเช็คพื้น เป็นประจำ
-ควรใส่จุกยางรองขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ เพื่อป้องกันการลากถู ขูดขีด
-เมื่อมีสีถลอก ควรรีบแก้ไข โดยการทาซ่อมสีบริเวณที่เสียหาย
-การบำรุงรักษาสี
*หากเป็นน้ำยารักษาเนื้อไม้ ควรทาพื้นไม้ทุกๆ 3-4 เดือน วิธีการคือทำ
ความสะอาดไม้พื้นด้วยน้ำสะอาด ฉีดไล่ฝุ่น เศษผงที่ติดอยู่บนพื้นไม้ออกให้
หมด หากไม่ได้บำรุงรักษาเป็นเวลานาน อาจใช้น้ำยาทำความสะอาดไม้
(wood cleaner) ทำให้ไม้สะอาดก่อน แล้วใช้กระดาษทรายเบอร์ 300 ขึ้นไป
ลบเสี้ยนไม้ที่ฟูขึ้นมาจนเรียบ แล้วเอาน้ำยารักษาเนื้อไม้ทาอย่างน้อย 2 รอบ
*หากเป็นสีย้อมพื้นไม้ ควรซ่อมสีทุก ๆ 8 - 10 เดือน โดยการทำควรใช้กระ-
ดาษทรายอร์ 280 ขึ้นไปขัดพื้นไม้เบาๆ ปัดฝุ่นทำความสะอาดเศษผง
แล้วทาสีสูตรเดิม 1-2 รอบ หรือหากตรวจพบว่าฟิลม์สีเสียแล้วควรลอกหรือ
ขัดสีเก่าในบริเวณที่เสียออกให้หมดก่อน ทำการทาสีใหม่อย่างน้อย 2-3
รอบหรือปรึกษาบริษัทจำหน่ายสีที่ใช้
CONTACT US:
Vichit:
2/2 Moo.3, Tambol Vichit,
Amphur Muang, Phuket, 83000
Email Enquiry:
info@primapine.com
Phone:
076 521 299, 076 263 144
OPENNING HOURS:
Saturday: 08.30AM-5:30PMSunday: Closed
Monday: 08.30AM-5:30PM
Tuesday: 08.30AM-5:30PM
Wednesday: 08.30AM-5:30PM
Thursday: 08.30AM-5:30PM
Friday: 08.30AM-5:30PM



